ขับ รถมือสอง ให้ปลอดภัย ต้องดูแลใส่ใจเรื่องไหนมากเป็นพิเศษ?

ขับรถมือสอง ให้ปลอดภัย ต้องดูแลใส่ใจเรื่องไหนมากเป็นพิเศษ?

การขับรถมือสองก็เหมือนการขับรถป้ายแดง แต่ด้วยสภาพเครื่องยนต์ที่มีอายุการใช้งานที่มากกว่ารถใหม่ป้ายแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงต้องอาศัยการดูแลสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้งาน มาดูจุดสำคัญของรถมือสอง ที่คนขับรถมือสองต้องดูแลใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ตลอดเส้นทางให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์เป็นหัวใจหลักของรถยนต์ทุกคัน สำหรับรถหรูมือสอง การดูแลเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการใช้งานนั้น เมื่อรถมีอายุการใช้งาน 7 ปีนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ต้องมีการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ.2522 ตามสถานที่ที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งก่อนที่จะมีการขับรถในระยะทางไกลก็จะต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนที่จะเดินทางทุกครั้ง เช่น ตรวจสอบว่ามีคราบน้ำมันซึมตามรอยข้อต่อไหม หรือความผิดปกติของเครื่องยนต์ในขณะขับขี่หรือไม่ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถในระยะทางไกล ๆ ควรจอดพักเครื่องยนต์บ้างเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไป รวมไปถึงการคอยสังเกตระดับน้ำหล่อเย็นของหม้อน้ำรถยนต์ที่ต้องทำงานคอยช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ขณะที่ทำงานไม่ให้เกิดความร้อนสูงเกินระดับ โดยคอยเติมไม่ให้ระดับน้ำต่ำกว่า Min และไม่เติมเกินกว่าระดับน้ำที่กำหนดอีกด้วย ถือเป็นการดูแลและช่วยรักษาเครื่องยนต์ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้การเติมน้ำต้องทำในขณะดับเครื่องยนต์และเครื่องยนต์ไม่ร้อนเท่านั้น ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำเด็ดขาดขณะที่เครื่องยนต์กำลังร้อน เพราะจะมีอันตรายจากน้ำร้อนพุ่งใส่ตัวได้

ระบบเบรก

ระบบเบรกเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมากที่สุด เพราะถือว่าเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยในขณะขับขี่โดยตรง ยิ่งรถยนต์ที่ต้องขับอยู่ในเมืองที่การจราจรคับคั่ง ต้องมีการเบรกรถบ่อย ๆ หรือรถที่ต้องขับบนเส้นทางที่คดเคี้ยวอยู่เป็นประจำยิ่งต้องดูแลใส่ใจในระบบเบรกมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ รถมือสอง ที่อาจจะต้องเข้าศูนย์บริการหรืออู่เมื่อรถเริ่มมีอาการเสียงดังเวลาเบรก นั่นเป็นอาการเตือนว่าผ้าเบรกเริ่มที่จะบางจนหมุดที่ยึดกับผ้าเบรกเสียดสีกับจานเบรก โดยผู้ขับขี่จะสามารถสังเกตได้จากความหนาของผ้าเบรก หรือดูจากระดับน้ำมันในกระปุกน้ำมันเบรก ถ้าลดลงมากก็ให้รู้ไว้เลยว่าผ้าเบรกเริ่มสึกมากแล้ว

น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะรถจะวิ่งได้ดีต้องอาศัยน้ำมันเครื่องในการหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ไม่ติดขัด ผู้ขับขี่สามารถเช็คระดับน้ำมันเครื่องเองได้ด้วยก้านวัดระดับที่ติดมาใต้กระโปรงรถทุกคันโดยการใช้ก้านวัดวัดระดับน้ำมันเครื่องไม่ให้ต่ำว่าระดับที่ทำเครื่องหมายไว้ ระยะเวลาที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่ที่ระยะวิ่ง 10,000-15,000 กิโลเมตรหรือจะสังเกตสีของน้ำมันเครื่องว่าเมื่อไหร่ที่สีเริ่มดำและมีความเหนียว นั่นแปลว่าควรที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้แล้วเพื่อการทำงานอย่างราบรื่นของเครื่องยนต์

ยางรถยนต์

ยางรถยนต์ก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจไม่แพ้จุดอื่น ๆ เพราะมีผลต่อสมรรถนะและความปลอดภัยในขณะขับขี่ หากมีระบบเบรกที่ดีแต่ยางไม่มีดอกยางก็ทำให้ประสิทธิภาพของการเบรกลดลงด้วยเช่นกัน ทางที่ดีการดูแลยางระหว่างการขับขี่ต้องคอยสังเกตดอกยางและคอยสลับตำแหน่งของยางทั้ง 4 ล้อเพื่อให้เกิดการสึกหรอที่เท่ากันเป็นการปรับสมดุลการวิ่งและยืดอายุการใช้งานยางรถยนต์

แบตเตอรี่

การขับรถมือสองนั้น แบตเตอรี่นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้จุดอื่นเพราะหากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก็ทำรถสตาร์ทติดยาก ถ้าไม่ใส่ใจดูแลก็อาจจะทำให้รถดับระหว่างการเดินทางได้ ดังนั้นต้องคอยเช็คสภาพแบตเตอรี่ว่ามีการซึมของขั้วแบตเตอรี่ไหม หรือใกล้หมดอายุหรือใกล้ระยะเวลาเปลี่ยนลูกใหม่ก็แนะนำให้เปลี่ยนเลยไม่ต้องรอจนแบตเตอรี่หมด เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่คับขันในระหว่างการเดินทาง

หากเจ้าของรถมือสองใส่ใจในรายละเอียดของรถทุกจุดอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะขับรถด้วยระยะทางใกล้ไกลแค่ไหน หรือขับรถมือสองที่มีอายุการใช้งานนานกี่ปี ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะการตรวจเช็คเบื้องต้นจะช่วยให้เจอปัญหาก่อนที่จะลุกลามและสามารถแก้ปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *